เรื่องโง่ ๆ ของเด็กคอมฯ ที่บอกไปก้ออาย -*-

         ด้วยความที่เป็นเด็กคอมฯ เวลามีปัญหาอะไรมักจะพยายามแก้ไขด้วยตัวเองก่อนที่จะไปที่ร้านให้เสียกะตังค์ แต่คราวนี้มันเหมือนเรารู้เยอะเกินไปว่างั้น 555+

         สาเหตุ มาจากคอมฯ ช้ามากกกกก กก ก  ทั้งที่แบบเราก้อดูมันดีแล้วนะ ก็เลยจัดการกับมันด้วยวิธีการต่างๆ ทั้ง SCAN ไวรัส หา RAM เพิ่ม เพราะของเก่าแค่ 128+256 (มันยัดอะไรเข้าไปของมัน 555+) เปลี่ยนมาเป็น 1 Gb ด้วยหวังว่ามันจะดีขึ้น แต่เปล่าเลย...!!

         ไอ้เราก้อเริ่มเฮ้ย... มันเกิดอะไรขึ้น จะทำอะไรรุนแรงก้อเสียดายของต่างๆ ที่สั่งสมมาทั้งโปรแกรม ผลงาน รูปภาพ และอะไรจิปาถะที่บรรยายสามวันก้อไม่จบ

         ตัดสินใจยกไปให้ร้านที่พอคุ้นๆ กันบ้างจัดการให้ เค้าก็บอกให้ไปเดินเล่นสักชั่วโมงนึง ไอ้เราก้อเดินด้วยความเซ็ง เพราะไอทีสแควร์มันมีอะไรจรรโลงใจที่ไหนเล่า มันไม่ใช่เซ็นทรัลลาดพร้าวซะหน่อย...

         เดินไปเดินมาก้อไปหยุดอยู่ที่ของกิน ก้อนั่งกินไปเรื่อย(นานมากกกก กก ก + เบื่อมากกกกก กก ) จนพี่เค้าโทรมาบอกว่าให้มาด่วน เราก้อตกใจสิ... รีบเดินอย่างเร็วกลับไปที่ร้าน ในใจก้อคิดลูกชายชั้นตายเหรอวะ?? ไม่นะ ม่ายๆๆๆ.... ประสาทกันไป =="

          พอไปถึงเท่านั้นแหละ...

          ลูกชายสุดที่เลิฟถูกวางอยู่เคาน์เตอร์ด้านนอก พร้อมกับพี่ช่างคนนั้น พอพี่เค้าเห็นหน้าเหวอๆ ของมีนาเค้าก้อบอกว่า "ยกมาทำไมเนี่ย??" ไอ้เราก้อเหวอหนักเลย คิดในใจ "ถ้ามันปกติตูจะยกมาให้หนักทำไมไอ้บ้า!"

          "ไอ้น้อง เรียนคอมฯไม่ใช่เหรอ? พี่จำได้พี่ลงโปรแกรมเครื่องนี้ให้"

          แล้วไงอ่า ตูไม่เห็นเข้าใจ... พูดต่อดิ์

          "มันมีทางแก้อยู่ 2 ทาง"  

          "ทางไหนอ่ะพี่?"    ด้วยความสงสัยอยู่แล้วเลยรีบถามไป

          "ทางแรก  ลบข้อมูลทิ้งไปซะ"   

          โอ้โห... พี่แกเล่นง่ายไปป่ะ  นี่แกจะล้างเครื่องชั้นเหรอ?? เดี๋ยวปั๊ดต่อยโครมเข้าให้หรอก..

           "ทางที่สอง ซื้อฮาร์ดดิสก์ไปใส่อีกตัวนึงซะไป แม_ง ความจำแน่นจนโปรแกรมจะรันไม่ได้อยู่แระ ย้ายๆ ที่เก็บซะบ้าง เครื่องไม่ได้เป็นอะไรเลย แค่ไดรฟ์ C  มันจะเต็ม!"

           แว๊กกกก กก ก~ สุดยอดแห่งความอายแระหายนะได้บังเกิด ยัดข้อมูลไปจนโปรแกรมจะรันไม่ได้ เด็กคอมฯ  อายแทบแทรกตึกไอทีหนีกันเรยทีเดียว

           มีนาก้อยิ้มซีด ๆ ให้ด้วยความอายอย่างจริงใจ ไม่เคยหน้าแหกเสียฟอร์มขนาดนี้มาก่อนแล้วถามราคา พี่เค้าก้อไม่คิดตังค์เพราะเค้าไม่ได้ทำอะไรเลย แหะๆ

           เราก้อรีบขอบคุณ ก่อนจะยกหนีออกมาอย่างไว ฮาร์ดดิสก์ก้อยังไม่ซื้อเพราะไม่ได้เอาตังค์มา กลับบ้านไปก้อนั่งย้ายสำมะโนครัวรูปลงแผ่นอยู่นาน ส่วนอะไรไม่สำคัญก้อลบทิ้งไป เบ็ดเสร็จขจัดไปได้เกือบ 7 จิ๊กแน่ะ เครื่องก้อกลับมางามเหมือนเดิม 555+

 

ปล...  เรื่องนี้อาจดูไร้สาระๆ แต่มันกลับเป็นสาระที่เรามองข้าม ถ้าคอมช้าอย่าลืมตรวจสอบความจำของที่เก็บข้อมูลด้วยนะคะ ด้วยความปรารถนาดีจาก ..... อ่า ช่างมันเหอะ!!

 

 

edit @ 25 Mar 2009 13:36:01 by Meena

 

 

 Part I :  เริ่มมาจากวันเค้าท์ดาวน์

 

      ไอ้เราก้ออยากไปเค้าท์ดาวน์กับเค้าเหมือนกันแต่ติดตรงที่ว่าไม่มีใคร เพราะเค้าคงไปกับครอบครัวกันส่วนใหญ่

      ที่สำคัญดูเหมือนเพื่อนจะเหลือน้อยเข้าไปทุกวัน กระจัดกระจายออกต่างจังหวัดกันหมด ไม่รู้ทำไม?

      แต่การดูทีวีและเค้าท์...พร้อมน้องโต๋มันก้อดีอยู่นา  เหอๆๆๆ

      แต่จริงๆ แล้วหลังจากนั้นไม่นาน.... (ไม่นานจิงๆ )

      โทรทัศน์ก้อออกข่าว Zantika ไฟไหม้  เลยคิดในใจทันทีเลยว่า.... เฮ้ย!! เพื่อนกรู!!

      แล้วก้อพยายามโทรติดต่อประมาณเกือบ 10 สายก้อติดต่อไม่ได้ เลยคิดในแง่ดีว่า...

      คงกำลังเฮฮาอยู่ที่อื่น...เลยไม่ได้รู้สึกถึงโทรศัพท์ที่กำลังติดสัญญาณอยู่ด้วยความเป็นห่วง

      ไอ้เราก้อ... แล้วไป นอนหละนะ

 

 

Part II  :  ตกใจอีกครั้ง เมื่อเห็นสภาพของ Zantika

 

       ตื่นตอนเช้า....  พร้อมๆ กับเสียงข่าวช่อง 7

       ก้อหน้ามืดตามัวลุกขึ้นมาดู (ขอบอก... มัวขี้ตาอย่างแรง แต่ก้อยัง...อ่ะนะ)  เห็นสภาพของผับหรูแล้ว...

       มองภาพข่าวตรงหน้าที่ศพเกลื่อนจนแบบไม่รู้จะหดหู่ยังไงแล้ว เพราะเมื่อสองปีที่แล้วเคยไปเค้าท์ดาวน์ที่นั่น

       แต่ไม่... มันยังไม่พอถ้าที่นั่นไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็คจบของมหา'ลัย ที่สอบผ่านและจบมาได้

       ในใจนึกถึงซีดีที่เก็บภาพ Zantika เอาไว้ตอนทำ โปร์เจ็ค The Nightlife of career เข้าสอบ ตอนนั้นคิดว่าไม่ว่ายังไง ก้อขอที่นี่เป็นภาพของสถานที่ที่สวยที่สุด

        ที่ถ่ายไว้มีทั้งภาพภายใน 360 องศา ภาพด้านนอกที่มีไฟส่องขึ้นฟ้า  ขอบอกว่า.... สวย + ไฮโซมั่กมั่ก..

        แต่ตอนนี้ไม่เหลือแล้ว แถมยังมีคนตายมากมาย แต่ก้อยังถือว่า... โชคดีถ้าเทียบกับคนพันกว่าคน และหนึ่งในนั้นไม่มีเรา......

        เฮ้อ.... โชคช่วยที่ไม่ได้ไปในคืนนั้น แต่ก้อเสียใจกับผู้ที่สูญเสียด้วย

 

 

Part III :  เรื่องน่าแปลกครั้งที่ 2 ที่รู้สึกได้.....

 

         นั่งดูข่าวไปบ้าง.... ฟังข่าวไปบ้าง....

         เริ่มคิดเรื่องอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ว่า.....  เฮ้ย!! นี่มันเป็นอีกครั้งแล้วที่เราโชคช่วย...

         ยังไงน่ะเหรอ? คือเรื่องมันมีอยู่ว่า...

        ถ้าจำได้... (แล้วกรูจะรู้มั้ยว่าเรื่องอะไร?) เอ่อ.. เรื่องผับ Routh999 (เอ...กี่ 9 หว่า? แต่ช่างมันเหอะ)

        ที่พัทยา ..... ไฟไหม้ ตอนประมาณสอง- สามทุ่มหละมั้ง ตอนนั้นกำลังเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเพราะกำลังไปทำงานที่นั่น ในวันรุ่งขึ้น

         ซึ่งที่จริงต้องไปในวันนั้น แต่ติดสอบก้อบอกพี่ที่ร้านว่า...ขอเลทวันนึงเพราะติดสอบ แถมเพิ่งโทรไปบอกตอน 6 โมงเย็น เพราะรู้สึกเหนือยมาก แต่ถ้าไปตั้งแต่สอบเสร็จมันก้อทันไง แต่โอ้เอ้...จน 6 โมงแล้วค่อยโทร.

         มองข่าวในโทรทัศน์แล้วตาค้างเลย .... นั่นมันไฟไหม้นี่หว่า!? เฮ้ย...ที่ไหนวะ พอรู้ว่าเป็นพัทยาก้อเริ่มดูว่ามันคืออะไร 

         พอข่าวรายงานว่าผับ Routh ที่พัทยา นีหน้าซีดเลย คิดในใจ...(อีกแล้ว) เพื่อนกรูล่ะ!!!!!!

         ในใจก้อท่องแต่เพื่อนชั้น ... เพื่อนชั้น... เพื่อนชั้น....

         แล้วก้อพยายามโทรหาพวกมันเพราะอันนั้นรู้แน่ๆ ว่าพวกมันอยู่ที่นั่นวันนี้วันแรก และคงถึงแล้วแถมคงอยู่ที่ร้านด้วย

         แต่สุดท้ายก้อโทรติดจนได้.... เพื่อนบอกว่า...กรูยังอยู่ไม่ต้องห่วง แต่ตกใจยิ่งกว่าเมิงอีกเพราะกรูเดินออกมาเซเว่น พอจะกลับไปเห็นไฟเริ่มไหม้ 

         มันบอกว่า.. นี่เป็นเพราะความเห็นแก่กินของกรูล้วนๆ 555+  ไอ้เราก้อหัวเราะตามมัน.. (เออ..จิงของมัน) แต่จิงๆ ก้อรู้ว่ามันแทบขำไม่ออกอยู่แล้ว

         แต่ก้ออีกหลายคนที่ต้องเข้าโรงพยาบาล แต่พอออกมาแรกๆ ก้อจิตตกกันเป็นแถว แต่ยังไงก้อตายไป 1 คนทั้งที่รอดออกมาได้แล้วแท้ๆ แต่สุดท้ายก้ออยู่ไม่ได้... แต่นั่นเป็นเพื่อนห่างๆ แต่ก้อเสียใจนะ

         พวกนั้นที่จิตตกเจอที่มืด... เจอควันร้านไก่ย่างมันยังกลัวเลย อย่างว่าแหละ ....  หมอบอกว่านานๆ ไปจะดีขึ้นเอง

          อ่ะ...อันนั้นคือ แคล้วคลาดไป รอบแรก

          แต่ส่วนของ Zantika นี่คือ

          จะไปเพราะเพื่อนบอกจะไปแล้วนัดกัน โทรหากันไม่ลงตัวก้อเลยไม่ได้ไป แต่มี่พี่อยู่คนนึงที่รู้จักกันก้อคิดว่าเค้าจะไป

แต่เราก้อโทรหาเค้าไม่ติดเลย

          แต่ตอน 4 ทุ่มกว่าๆ ก้อคิดว่าคนมันเยอะแล้วเราก้อไม่ได้ไปทำงานเหมือนเมื่อตอนเค้าดาวน์เมื่อสองปีก่อนมันต้องอึดอัด

          แล้วไม่ได้ที่ด้านบนแน่ๆ หรือไม่ได้ที่ใกล้ๆ เวทีแน่ๆ เพราะถ้าไปสมทบกับเพื่อนเพราะพวกมันชอบที่ขอบๆ ในๆ เพราะไม่ค่อยมีคนเดิน ก้อเลยตัดสินใจไม่ไปตอน 4 ทุ่มกว่าๆ นั่นแหละ แถมไม่ได้โทรไปหาพี่คนนั้นด้วย

          จนเค้าท์...พร้อมน้องโต๋ ในทีวีเสร็จ

          ก้อดูคอนฯ โจอี้ บอย ที่เล่นต่อจนจบก้อเข้ามาเล่นคอมฯ

          สักพักก้อมีข่าวออกว่า Zantika ไฟไหม้ แค่นั้นแหละ.... หน้าซีดอีกรอบเมื่อคิดได้ทันทีว่า.... เพื่อนกรู!!! แต่ยิ่งกว่าอะไร 

          กรูรอดมาได้อีกแล้ว ใช่มั้ยเนี่ย!?......

          เกี่ยวกับผับไฟไหม้ เป็นครั้งที่ 2  เป็นเรื่องน่าแปลกที่รู้สึกได้จิง...

          วันรุ่งขึ้น... โทรหาพี่คนนั้นด้วยความเป็นห่วงว่าเขาจะอยู่ที่นั่น แต่ได้รับคำตอบมาว่า... พี่ปลอดภัยดี ไม่ได้ไปที่นั่น ทั้งที่กำลังจะขับรถไป แต่พอดีลูกค้ามาจากญี่ปุ่นเลยไปรับและไปเที่ยวที่อื่นเลยไม่ได้ไป

           แต่มีรุ่นน้องเสียชีวิตไป 2-3 คน เราก้อแสดงความเสียใจกับเค้าไป เพราะมันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

           เหตุที่เกิดทั้งสองที่เป็นอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจริงๆ

           ใครจะว่ารูทมีอาถรรพ์  ผีหลอกกันบ้าเลือด หรือว่า ซานติก้าเป็นวันสุดท้ายที่มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างถือ

           แต่มันก้อเป็นอุบัติเหตุ

           ที่สำคัญจะมีสักกี่คนที่แคล้วคลาดมาได้ในเหตุการณ์ที่คล้ายกันถึงสองครั้ง

           สงสัยต้องไปทำบุญต่อชะตากับเค้าสักที เพราะถ้าบุญที่ทำมาช่วยไว้หละก็ ป่านนี้คนใช้ไปเยอะแล้วหละนะ  ร่อยหรอลงก้อไปเติมใหม่สักหน่อย  ^O^

           

          ปล... แล้วก้อเพลง Never Again ของ SS501  นี่แหละที่ทำให้ไม่ได้ไปเค้าท์ดาวน์ 555+  เพราะไม่ได้ยินเสียงโทรศัพท์เพื่อนที่โทรมาชวนเพราะดันเปิดสั่นไว้ แถมยังฟังเพลงนี้วนไปวนมาอีกตะหาก

          ขอบคุณ  ที่มี SS501 

          ขอบคุณ  ฮยอนจุง, ฮยองจุน, จองมิน, ยองแซง, คยูจง  ที่ร้องเพลงเพราะจนเคลิ้มอ่ะ ^_^

          ( ว่าแต่ว่า.... มันเกี่ยวอะไรกับไฟไหม้ และเรื่องแปลกของเราฟระเนี่ย? )

          Happy New Year 2009

          อย่าลืมไปทำบุญรับปีใหม่กันด้วยเน้อ~...

 

 

 

 

 

แป่ว!~ กลางวันแสกๆ อัพไดได้โดยหน้าด้านๆ

จะมีอาไร้... ก็ความขี้เกียจเข้าครอบงำ ถึงขั้นโดดเรียน + งานกันง่ายๆ ซะอย่างงั้น

จริงๆ แล้วมันเพราะความเหนื่อยแต่ดันขยันอยากถักนิตติ้ง (ที่ทำไม่เป็น -*-) และกลับขี้เกียจทำอย่างอื่น

 บางที... มันเกิดจากอาการล้า หรือนิสัย (เรียกอีกนัยว่า..สันดาน) ที่ไม่ค่อยชอบอะไรซ้ำๆ อยู่ตลอดทำให้เราเป็นแบบนี้

เฮ้อ~ เกลียดตัวเองที่เป็นพวกติสต์บางเวลาจัง ทั้งที่ปกติไม่ใช่เลย

รวมถึงเกลียดพวกเห็นแก่ได้ที่สุด คิดแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่นึกถึงคนอื่น มันทำให้เราท้อกับสิ่งที่เป็นอยู่

 เท่าที่ทำได้คงพักสักสองสามวัน แล้วค่อยคิดว่าจะทำอะไรต่อ ให้สมองได้พักผ่อนบ้างน่าจะดี  ไม่ได้หนีปัญหา ไม่ได้ความอดทนน้อย แต่มันเป็นการชาจต์แบตในตัวต่างหาก

edit @ 3 Dec 2008 14:51:31 by Meena