เริ่มจากหน้าฟอร์มของ Search ก่อนก็แล้วกันนะคะ 

บางทีเราอาจจะงงหรือว่าคำสั่งมันยากเกินไปก็เลยเอาแบบดิบสุดๆ มาให้แล้วกันค่ะ

( ถ้าอยากได้ดูดีก็แต่งเอาทีหลัง โดยการลากหมู่มวลทั้งแผงนี้ไปวางก็จบ...)

** ชื่อไฟล์ phpFrmtoSearch.php   ถัดไปเป็นโค้ด PHP ที่เมื่อเขียนแล้วจะได้หน้าตาอย่างด้านบน

SAVE ด้วยชื่อ phpFrmtoSearch.php 

แต่ดูตรง form action จะต้องใส่พาธของ phptoSearch.php

 

ตัวที่สอง : config.php   อันนี้สำคัญมากเพราะเก็บทั้งชื่อเซิร์ฟเวอร์,ชื่อผู้ใช้,รหัสผ่าน,ฐานข้อมูลที่จะติดต่อ

                ซึ่งจะต้องเรียกใช้ตลอดเวลา

              **  SAVE  ด้วยชื่อ phpconfig.php

 

ตัวที่สาม  : เป็นตัวที่ประมวลผลงานทั้งหมด ตั้งแต่รับข้อมูลจนถึงแสดงผล ถ้าอันนี้เจ๊งก็ซวยไป

เริ่มจากโค้ด PHP แล้วกันเพราะโค้ดสำคัญกว่า

*** อันนี้ SAVE ว่า phptosearch.php  แล้วกันชื่อบ่งบอกถึงการทำงานดีค่ะ

 

 

 ***  ลืมบอกไปค่ะจากตัวอย่าง เป็นการค้นหาคณะหนังตะลุงโดยมีข้อมูลอยู่ในฐานข้อมูลที่ชื่อว่า

ceremorial และ ตารางชื่อว่าceremorial

          เมื่อใส่ที่ต้องการสืบค้นลงไป จะไปเก็บที่ตัวแปร $wKeyword เพื่อทำการหาในฐานข้อมูล  เมื่อถึง include ก็จะติดต่อ phpconfig.php เพื่อเอาข้อมูลเพื่อเข้าสู่ฐานข้อมูลของเรา ที่บรรทัดถัดมาจะเก็บข้อมูลนั้นไว้ใน $conn ( หรือประกาศตัวแปรในการ connect )

          อีกอันนึงที่ทำให้พลาดบ่อย ก็ตรง  $strSQL  การสร้างเงื่อนไขค้นหา ตรงที่แทนด้วย * ใส่ชื่อฟิลด์ที่ต้องการโชว์ลงไป 

          จากตัวอย่างนะคะ    เงื่อนไขนี้คือต้องการหาคำฟิลด์ที่ C_Name หรือ Add_Province ที่ตรงความต้องการแล้วแสดงออกมา

           เลยออกมาเป็น  ------ เงื่อนไข   WHERE  C_Name LIKE '%$wKeyword%'  OR    Add_Province  LIKE  '%$wKeyword%'" ;    

           เรียกง่ายๆ ว่าเขียนซ้ำมันเข้าไป เพราะการคอมพาวหรือพ่วงทีเดียวเกิดอาการ ERROR กันมาเยอะแล้ว    ส่วนคำสั่งที่แยกเงื่อนไขออกมาเป็น

Example :  

$strSQL="SELECT - - - - - - - - - -อะไรต่อมิอะไร

$strSQL .="WHERE - - - - - - - - - -เงื่อนไขอะไรต่อมิอะไร

 

/// เห็นความแตกต่างกันมั้ยคะ?  ซึ่งในหนังสือหลายๆ เล่มอาจเขียนไว้ 

ซึ่งมันก็ทำให้เน่ามาหลายตลบแล้วเหมือนกัน 

เพราะฉะนั้น  ถ้าตามหนังสือแล้วไม่รอดก็ลองพลิกแพลงเอาแบบเดิมๆ มาใช้ดู

           เพราะว่า  องค์ประกอบทั้งของโปรแกรมที่หนังสือใช้และเครื่องของเรามันอาจจะคนเวอร์ชั่นหรือไม่ก็ไม่เหมือนกันเลย (เอาแน่เอานอนไม่ได้)

อ้อ...เกือบลืม  โชว์อะไรที่หน้าจอเขียน echo ให้ครบในคะเพราะมันเป็น

ตัวแปรอาร์เรย์เวลามันมามันมาทั้งแผงเขียนไม่ครบมันก็ไม่มาทั้งแผงเหมือนกันค่ะ  ลองสังเกตในโค้ด echo ตอนท้ายๆ นะคะ

 

เอาหละค่ะ  ** ตอนนี้ก็มาดูผลของโปรแกรมง่ายๆ แต่ก็สุดงงอันนี้กันเลยค่ะ 

( จากตัวอย่าง  ค้นหาจากคำว่า "ก" ได้มา 3 รายการ  แสดงผลแบบซื่อๆ ได้แบบนี้ค่ะ (^_^ )   ) 

 

*** ส่วนที่เหลืออยากให้เป็นรูปแบบไหนก็แล้วแต่ศรัทธากันเถอะค่ะ ตามสบาย.....

 

 

Ps. 1   สุดท้ายนะคะ  ...  สำหรับโปรแกรมนี้

               อยากบอกว่า ... มีนาไม่ได้เก่ง  ไม่ได้เซียน แต่เคยไม่รู้อะไรมาก่อนทั้งที่จะจบแล้วก็ก็ยังทำไม่เป็นทั้งที่เรียนเอกคอมฯ  (มันจะเรียนเพื่อ?)  แล้วต้องพยายามหาหนังสือมาอ่านเพื่อทำส่งอาจารย์โดยเฉพาะ   มันลำบากมากค่ะ  แต่ก็ผ่านมาได้  เฮ้อ~

                แต่ว่า.. คนที่รู้อาจไม่สนใจ แต่บอกได้เลยว่าคนที่เป็นแบบที่มีนาเคยเป็นมีกันทุกมหาวิทยาลัยและมีทุกรุ่นด้วย  บางคนก็ผ่านมาได้เพราะเพื่อน หรือองค์ประกอบอื่นๆ อีกมากมายซึ่งหลายๆ คนรู้กันเช่น จ้าง หรือพรีเซ้นต์เก่ง+มั่นใจ ( เอ๊า!!!  ว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้แล้วเชียว)

                คนเรียนคอมฯ ที่ไม่เก่ง หรือถึงขั้นไม่ได้เรื่อง แต่ก็จบมาได้มีเยอะแยะ เพราะคนเก่งมันมีน้อยเหลือเกิน  แต่คนที่พยายามด้วยตัวเองก็มีมากเหมือนกันค่ะ  หวังว่า.... มีนาคงพอจะอธิบายให้เพื่อนๆ เข้าใจได้ง่ายๆ บ้างนะคะ 

                 เพราะบางที...หมายถึงบางที ก็ฟังอาจารย์ไม่รู้เรื่อง ประมาณว่า " แมร่ง!! สอนอะไรกรูฟระเนี่ยไม่เห็นรู้เรื่อง" ทั้งที่จริงก็เพราะว่า " เมิงอ่ะไม่เคยรู้เรื่องมาก่อนอยู่แล้วตะหาก!!"   ( อันนี้ขำๆ นะคะอย่าคิดมากเพราะในห้องเรียนบ่นก็เยอะ+ เพื่อนด่ากลับด้วยความรำคาญก็เยอะ  นี่เรื่องจริงค่ะ  

 

Ps.2    อ้าว!! ไหนบอกจบ...  เปล่าค่ะนิดนึ่ง  ซวยแหล่ว!! ลืมเอาเว้นวรรคออก อ่ะ.. เช็คเอานะ

เด็กคอมฯ  สู้ตายยยยยย~!!!!!!!!!!   .......